หลังจากที่พี่น้องที่น่ารักทั้งหลายของเราทะเลาะกันอย่างหนักว่าจะให้กูเหนียงตายดีหรือเปล่า พี่น้องที่น่ารักของพวกเราจึงเเบ่งกันเป็น 2 ก๊ก ดังนี้
1.ก๊กไทชิจิ กับหนูหลัน ซึ่งสนับสนุนให้ก็เหนียงตายสยอง
2. ก๊กหลง ซึ่งสนับสนุกให้จบเเบบเเฮปปี้เอนดิ้ง
ดังนั้นเพื่อป้องกันพวกพ้องเเตกเเยกกันเองหนูหลงก็เลยต้องรีบลงเรื่องให้เสร็จๆไป (ทั้งๆที่ยังวาดรูปฉากจบไม่เสร็จเนี่ยนะ เเต่เพื่อความสุขของพี่ๆน้องๆต้องมาก่อน) ยังไงซะเรื่องรูปที่ยังไม่เสร็จไว้เราจะมาเเก้ให้ทีหลังก็เเล้วกัน ตอนนี้ก็ทนดูๆไปก่อน เอาล่ะมาเข้าเรื่องกันเลย (ใครอยากให้จบเเบบไหนก็ขอให้ได้เเบบนั้นก็เเล้วกันนะ)
เรื่อง The Legend of Dragon Tales ภาคพิเศษ(เฉพาะกิจ เพื่อความสมานฉันท์ของพี่น้อง)
1. กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ภูเขาฉางซาน จังหวัดฉางซาน มีเด็กวัยรุ่นอยู่ 3 คน ชายสองหญิงหนึ่ง นั่นก็คืออาชิง อาหลง และกูเหนียง ทั้งสามเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก อาชิงนักเลงหัวไม้ประจำอำเภอนั้นหลงรักกูเหนียงมาตั้งแต่ยังเล็ก แต่กูเหนียงดันไปชอบเจ้าหนุ่มบัณฑิตสำอางผู้ครองตำแหน่งเจ้าตระกูลจ้าวอย่างอาหลงมากกว่า จึงเกิดความรักสามเส้าระหว่างเด็กๆขึ้น วันหนึ่ง ตระกูลจ้าวของอาหลงถูกกวาดล้างโดยพวกในราชสำนัก ผู้คนส่วนใหญ่หนีขึ้นไปบนภูเขาฉางซานได้อย่างปลอดภัย แต่ยังไม่มีข่าวความเป็นตายร้ายดีของท่านเจ้าตระกูลคืออาหลงมาถึงหูของกูเหนียงเลย กูเหนียงเป็นห่วงมากจึง.....
- ช่างเถอะ ยังไงข้าก็มีอาชิงอยู่ทั้งคน ไป2
- ต้องรีบไปดูที่บ้านตระกูลจ้าวหน่อยแล้ว ไป3
2. ตอบได้ใจดำมาก กลับไป 1 ใหม่
3. กูเหนียงรีบวิ่งออกจากบ้านไปยังบ้านตระกูลจ้าวทันที ระหว่างทางก็พบอาชิงเข้า ดูเหมือนว่าอาชิงเองก็เป็นห่วงศัตรูหัวใจของเขาเหมือนกัน แต่เนื่องด้วยสถานการณ์อันตรายและยังไม่น่าไว้วางใจ อาชิงจึงแนะนำให้กูเหนียงกลับไปรอที่บ้าน กูเหนียงจึง
-กลับไปรอที่บ้านตามคำแนะนำของอาชิง ไป4
-ไม่ว่าอย่างไรก็จะตามอาชิงไปที่บ้านสกุลจ้าวให้ได้ ไป5
4. เมื่อกูเหนียงกลับไปรอที่บ้านก็กังวลใจยิ่งจึงหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน จนกระทั่งได้ยินเสียงรถม้ามาหยุดหน้าบ้าน อาชิงก็ได้โผล่มาแจ้งข่าวร้ายว่าบ้านสกุลจ้าวถูกถล่มราบ และให้กูเหนียงรีบขึ้นรถม้าเพื่ออพยพไปเมืองหลวงกับตน เนื่องจากสถานการณ์ในจังหวัดฉางซานตอนนี้อันตรายนัก กูเหนียงจึงตัดสินใจว่า....
-ไม่ว่าอย่างไรก็จะอยู่ที่จังหวัดฉางซานนี้ต่อไป ไป6
- รีบอพยพไปกับอาชิง ไป7
5. กูเหนียงและอาชิงจึงเดินอย่างเร่งรีบไปที่บ้านสกุลจ้าว เมื่อไปถึงก็พบว่ามีคนถูกฆ่าตายเป็นจำนวนมาก ด้วยสายตาอันเฉียบแหลมของกูเหนียง ทำให้นางสะดุดตากับของสิ่งหนึ่งที่หล่นอยู่ที่พื้น เมื่อเก็บขึ้นมาดูดีๆก็พบว่า มันคือปิ่นปักผมประจำตัวของอาหลง ก็สำคัญว่าอาหลงตายแล้ว จึงร้องให้เสียใจอย่างหนัก อาชิงจึงรีบบอกให้กูเหนียงอพยพไปกับตน กูเหนียงจึง....
-อพยพไปเมืองหลวงกับอาชิง ไป7
- ดึงดันที่จะหาศพอาหลงให้เจอก่อน ไป9
6. อาชิงไม่ยอมเพราะจังหวัดฉางซานมีอันตรายจากทหารที่มาบุกจึงบังคับให้กูเหนียงไปอยู่เมืองหลวงกับตน ไป7
7. เมื่อไปอยู่เมืองหลวง อาชิงจึงเลิกทำตัวเป็นอันธพาล พยายามเล่าเรียนหนังสือจนสอบเข้ารับราชการได้สำเร็จ เพื่อที่จะแทนส่วนที่ขาดหายไปในชีวิตของกูเหนียง นั่นก็คืออาหลง จึงพยายามทำตัวให้เหมือนอาหลงที่สุด แม้กูเหนียงเองจะแย้งบ้างในบางครั้งว่า มันไม่ค่อยเหมาะสมกับอาชิง ต่อมาไม่นาน เมื่อหน้าที่การงานของอาชิงเข้าที่เข้าทางดีแล้ว เขาจึงขอกูเหนียงแต่งงาน กูเหนียงจึง......
-ยอมแต่งงานกับอาชิง เพราะยังไงก็ไม่มีโอกาสได้เจออาหลงอีกแล้ว ไป8
-ปักใจเชื่อว่าอาหลงยังมีชีวิตอยู่ จึงยังไม่แต่งงานกับอาชิง ไป11
8. เมื่อได้ฤกษ์ดีแล้วทั้งสองจึงแต่งงานกัน แต่การแต่งงานกันนั้นเป็นการแต่งงานเพียงแต่ในนามเท่านั้น เพราะอาชิงก็รู้ดีว่าเขาไม่สามารถไปเทียบกับคุณชายอย่างอาหลงได้ ทั้งสองครองเรือนกันอย่างมีความสุข ณ เมืองหลวง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ทั้งสองก็ไร้บุตรสืบสกุล ไป10
9. เมื่อทั้งสองช่วยกันหาศพของอาหลงที่บ้านสกุลจ้าว แต่หาอย่างไรก็หาไม่พบ จึงคิดว่าอาหลงอาจจะยังไม่ตาย หรือไม่ก็ถูกทำลายศพไปแล้ว แต่ถึงกระนั้นอาชิงก็เห็นว่าที่นี่ไม่ปลอดภัย จึงให้กูเหนียงอพยพไปอยู่เมืองหลวงกับตน ไป7
10. จวบจนเวลาผ่านไปเกือบ 50 ปี ตอนนี้อาชิงก็ได้เป็นเสนาบดีของเมืองหลวงแล้ว จากวันนั้นเป็นต้นมา ทั้งสองก็ไม่ได้กลับไปที่จังหวัดฉางซานอีกเลย เนื่องจากกูเหนียงเองก็ไม่อยากนึกถึงคู่รักเก่าอย่างอาหลงที่ไม่ได้ข่าวคราวมาหลายสิบปี จนทั้งสองคิดว่าเขาตายไปพร้อมกับการกวาดล้างเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว แต่จู่ๆอาชิงก็อยากเจอสื่อจุง เพื่อนสมัยเด็กที่ตอนนี้เป็นหมออยู่ที่ฉางซาน ทั้งสองจึงเดินทางกลับบ้านเกิดอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้กลับไปหลายสิบปี เมื่อไปถึงก็พบว่าสภาพเปลี่ยนแปลงไปมากจนเกือบจำไม่ได้ และอาชิงเองก็จำไม่ได้ด้วยว่าบ้านของหมอสื่ออยู่ที่ไหน เหลือบไปเห็นแม่ทัพหนุ่ม 2 คนที่หน้าประตูเมืองจึงเข้าไปไต่ถามก็ทราบว่าทั้งสองชื่อเตียวกองและเกียนหลง ทำงานอยู่ที่เมืองนี้ แต่ทั้งสองก็ไม่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับหมอสื่อเลย เตียวกองจึงแนะนำให้ทั้งสองไปถามพ่อของตน กูเหนียงและอาชิงจึง......
-ไปหาพ่อของเตียวกอง ไป12
-ไม่เป็นไร เดี๋ยวลองหาๆไปเองก็ได้ ไป14
11. ทั้งสองอยู่กินกันแบบเพื่อน และสืบข่าวเกี่ยวกับอาหลงคนรักของกูเหนียงต่อไป ไป10
12. เตียวกองจึงพาอาชิงและกูเหนียงไปหาพ่อของตนที่บ้าน พ่อของเตียวกองเป็นนักรบร่างสูง ดูมีสง่า หน้าตาเกลี้ยงเกลา ใส่ชุดสีขาวทั้งชุด ทำงานเป็นนายประตูของเมืองนี้ มีฉายาว่าขุนทัพสีขาว ได้บอกว่าหมอสื่อนั้นตายไปนานแล้ว อาชิงรู้สึกผิดหวังอย่างยิ่ง กูเหนียงใจหนึ่งก็อยากถามเกี่ยวกับอาหลง จึงคิดว่า.....
-ควรจะลองถามเกี่ยวกับอาหลง.....เขาอาจจะรู้ก็ได้ ไป13
-รบกวนเวลางานเขามากไปแล้ว....รีบไปดีกว่าเรา.... ไป17
13. กูเหนียงจึงเอ่ยปากถามขุนทัพสีขาวเกี่ยวกับอาหลง ดูเขาสะดุ้งตกใจจนจับพิรุธได้ที่หนึ่ง แล้วจึงหันมาถามทั้งสองด้วยท่าทีประหลาดใจ พวกท่านรู้จักอาหลงด้วยหรือ? กูเหนียงจึงบอกว่าเป็นเพื่อกันกันมาตั้งแต่เด็ก ขุนทัพสีขาวถอนหายใจเฮือกใหญ่เหมือนจะจนหนทาง แล้วจึงบอกว่าตัวเขานั้นแซ่จ้าวชื่อจื่อหลง เป็นเจ้าตระกูลจ้าวและอาหลงก็คือชื่อในสมัยเด็กของเขา!!ไป29
14. ทั้งสองแวะเข้ากินอาหารที่โรงเตี๊ยม ก็พบกับกลุ่มแม่ทัพกลุ่มหนึ่งนั่งกินเหล้าถกวีรกรรมของตัวเองกันอยู่ คนที่ดูเป็นผู้นำเป็นชายชราผมขาว หน้าตาเกลี้ยงเกลา สวมชุดสีขาว พาดทวนยาวไว้บนตัก นั่งฟังเหล่าแม่ทัพหนุ่มๆเถียงกันอยู่เงียบๆ เมื่อเห็นทั้งสองที่เป็นคนต่างถิ่นท่าทางกำลังมีปัญหาเข้ามา จึง........
- เสนอตัวเข้าให้ความช่วยเหลือ ไป16
- นั่งอยู่เฉยๆ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ต่อไป ไป15
15. ใจดำจริง เห็นคนลำบากแล้วไม่ช่วยเหลือแบบนี้ไม่สมกับเป็นชาวฉางซานอย่างข้าซะเลย กลับไปข้อ14 ใหม่ซะ!!!
16. แม่ทัพชราเดินไปที่โต๊ะที่กูเหนียงกับอาชิงนั่งอยู่ แล้วจึงเสนอตัวให้ความช่วยเหลือ ข้าแซ่จ้าว ชื่อจื่อหลง......เป็นนายประตูเหนือเมืองนี้......มิทราบว่าท่านมีปัญหาอันใด? แม่ทัพชายกล่าวขึ้นด้วยความสุภาพ แต่กูเหนียงก็สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคนั้น เพราะเห็นว่าแม่ทัพท่านนี้แซ่จ้าว และชื่อก็คล้ายๆกับอาหลง จึง......
-เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายถามให้แน่ไปเลย ว่าเขาใช่อาหลงหรือเปล่า (ความจริงกูเหนียงอยากจะให้เป็นไม่ใช่ เพราะเขาดูต่างจากอาหลงคนรักมากนัก) ไป 19
-ทำเฉยๆซะ ยังไงคุณชายบัณฑิตตัวนิ่มอย่างอาหลงก็ไม่มีอฃทางไปเป็นแม่ทัพได้หรอก ไป20
17. ขณะที่ทั้งสองกำลังจะลากลับ ขุนทัพสีขาวได้เดินไปส่งทั้งสองที่หน้าประตูบ้านพร้อมกับกล่าวว่า ข้าแซ่จ้าว ชื่อจื่อหลง เป็นชาวเมืองนี้และเป็นนายประตูเมืองนี้ด้วย....ถ้าต้องการความช่วยเหลืออะไรให้มาหาข้าได้ <<-- (ปากพาจน) ดังสายฟ้าฟาดลงบนร่างของกูเหนียงและอาชิง ทั้งสามยืนนิ่งอยู่นานจนกระทั่งกูเหนียงละล่ำละลักออกมา ท่านคือ....อาหลง แม่ทัพเฒ่าดูจะแปลกใจเช่นกันก่อนจะถามว่า พวกท่านรู้ชื่อสมัยเด็กของข้าได้อย่างไรกัน....หรือว่า.....อาชิง....กูเหนียง ประโยคหลังของเขาเบาจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ กูเหนียงรู้สึกประหลาดใจมากเมื่อเห็นสภาพของอาหลงใจขณะนี้ จึงเอ่ยปากถามถึงสาเหตุที่เลิกเป็นบัณฑิต จ้าวจื่อหลงจึง....
-เล่าให้กูเหนียงฟังตั้งแต่ตอนที่ตระกูลจ้าวถูกกวาดล้าง ไป21
- บ่ายเบี่ยงว่าไม่เหมาะสมที่ผู้หญิงจะฟัง (อักนัยคือไม่อยากเล่านั้นเอง) ไป18
18. กูเหนียงรบเร้าจะฟังให้ได้จนจื่อหลงทนไม่ไหวต้องเล่าให้ฟังอยู่ดี ไป21
19. กูเหนียงจึงถามแม่ทัพจ้าวไปว่าใช่อาหลงหรือเปล่า แม่ทัพจ้าวดูแปลกใจนิดหนึ่งก่อนที่จะยอมรับว่าตนคืออาหลง กูเหนียงและอาชิงจึงเปิดเผยฐานะของตนเองบ้าง ทั้งสามทั้งยินดีทั้งประหลาดใจที่ได้พบกันอีกครั้ง จื่อหลงจึงชวนทั้งสองไปนอนที่บ้านของตน ไป24
20. กูเหนียงตอบบ่ายเบี่ยงว่าไม่มีอะไรแล้วจึงชวนอาชิงออกมาเดินเล่นข้างนอก เวลานั้นเป็นเวลาพลบค่ำแล้ว มีโจรกลุ่มหนึ่งเห็นว่าอาชิงเป็นเสนาบดีน่าจะร่ำรวยจึงเข้ามาปล้น อาชิงไม่มีวิทยายุทธ์จึงโดนต่อยไปหลายที จื่อหลงกำลังจะกลับบ้านออกมาเห็นเข้าพอดีจึงเข้าช่วยเหลือและไล่โจรพวกนั้นไปหมด จื่อหลงบอกว่าที่นี่ไม่ปลอดภัยจึงเชิญทั้งสองไปนอนที่บ้านของตน ทั้งสองจึงยอมไปนอนที่บ้านจื่อหลง ไป22
21. จื่อหลงได้เล่าอดีตของตนให้กูเหนียงและอาชิงฟัง เมื่อฟังจบกูเหนียงโกรธที่จื่อหลงไม่ยอมส่งข่าวมาบ้างเลย ปล่อยให้ทุกคนคิดว่าตายไปแล้ว จึงตบหน้าจื่อหลงไป1ที (แล้วรู้สึกว่าจื่อหลงจะยอมยืนเฉยๆให้ตบด้วย) แต่นางเองก็ดีใจที่ได้เพื่อนสมัยเด็กได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง (แน่นอนว่าตอนนี้อาชิงไม่กล้าหาเรื่องชกต่อยกับจื่อหลงแล้ว เพราะขืนต่อยกันไปคงมีแต่แพ้เจ็บตัวเปล่า) คืนนั้นทั้งสามนอนหลังที่บ้านตระกูลจ้าวของจื่อหลง ในเวลาใกล้รุ่งสาง ระหว่างที่ทุกคนนอนหลับสนิทอยู่ จื่อหลงก็ได้ยินกูเหนียงแอบย่องออกจากบ้านไป จึงลุกขึ้นมาแต่งตัว คว้าทวนแล้วเดินตามไป ไป23
22. เมื่อทุกคนไปถึงบ้านของจื่อหลงก็พบว่าเป็นบ้านตระกูลจ้าวที่ถูกโจมตีไปเมื่อหลายสิบปีที่แล้วนั่นเอง จากตอนแรกที่ไม่ได้ใส่ใจกูเหนียงก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ ก็เลยลองถามจื่อหลงตรงๆ จื่อหลงยิ้มแล้วยอมรับแล้วจึงบอกว่าตอนแรกที่เห็นก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นอาชิงกับกูเหนียง แต่ไม่คิดว่าทั้งสองจะจำตนไม่ได้กูเหนียงซึ่งเป็นห่วงอาหลงมากจึงถามต้นสายปลายเหตุหลังจากเหตุการณ์ที่บ้านสกุลจ้าวถูกถล่ม ไป21
23. ระหว่างที่จื่อหลงสะกดรอยตามกูเหนียงอยู่นั้น ก็บังเอิญพบกับเกียนหลง แม่ทัพใต้บังคับบัญชาเข้ามาปรึกษาเรื่องที่ว่าจะทำอย่างไรกับเชลยที่จับมาได้ดี จื่อหลงจึง......
-อยู่ให้คำปรึกษาเกียนหลงก่อน....เรื่องงานต้องมาก่อนสิ นางคงไม่ไปไหนไกลหรอก ไป25
-บอกเกียนหลงว่าต้องไปธุระ ถ้ากลับมาเมื่อไหร่แล้วค่อยมาให้คำปรึกษา ไป27
24. ในตอนใกล้รุ่งระหว่างที่ทุกคนกำลังนอนหลับสนิทอยู่ที่บ้านตระกูลจ้าวนั้น จื่อหลงได้ยินเสียงกูเหนียงแอบย่องออกไปจากบ้านจึงลุกขึ้นแต่งตัว แล้ว.....
-ตามไปคนเดียว ไป23
-ไปปลุกอาชิงตามไปด้วย ไป26
25. หลังจากที่จื่อหลงเห็นเเก่เรื่องงาน ให้คำปรึกษาเเก่เกียนหลงเป็นเวลานานพอสมควร พอหันหลับมามองอีกที นางก็คลาดสายตาเขาไปเเล้ว ดีที่วันนี้หิมะตก เขาจึงสพกดรอยตามนางไป จื่อหลงตามรอยไปเรื่อยๆก็เห็นรอยเท้านางเดินออกนอกประตูเมืองไป จื่อหลงทั้งกังวลทั้งร้อนใจ กลัวว่านางจะมีอันตรายจึงรีบวิ่งตาม(ม้ามีทำไมไม่ขี่ล่ะ-_-) เมื่อวิ่งไปถึงทุ่งหิมะโล่งเเห่งหนึ่ง ขณะนั้นเเสงทองก็ได้เริ่มโผล่ขึ้นมา ณ ขอบฟ้า ขจัดความมืดไปจนหมด จื่อหลงจึงเริ่มเห็นทุกสิ่งเเละภาพที่เห็นก็คือ..!ไปฉากจบ1
26. เมื่อจื่อหลงไปปลุกอาชิง อาชิงจึงได้ให้คำเเนะนำจื่อหลงว่า ถ้าเกิดให้เขาซึ่งไม่มีวิทยายุทธ์ไปด้วย ถ้าต้องปะทะกับโจรหรืออะไรก็ตาม เขาจะเป็นตัวถ่วงเปล่าๆ จื่อหลงจึงจำเป็นต้องไปคนเดียว ไป23
27. ขอโทษที ข้ากำลังมีธุระด่วน ไว้ข้ากลับมาเมื่อไหร่จะให้เจ้าถามได้สามวันสามคืนเลย จื่อหลงรีบกล่าวปฏิเสธเกียนหลงทันทีในขณะที่สายตายังไม่ละจากเเผ่นหลังของกูเหนียง ดูเหมือนเกียนหลงเองก็จะเข้าใจสถานการณ์ได้ดี จึงไม่ได้เซ้าซี้จื่อหลงต่อ หลังจากที่ปลีกตัวจากเกียนหลงได้เเล้ว เมื่อจื่อหลงตามนางไปได้สักพัก ก็พบว่านางกำลังถูกกลุ่มโจรหิมะรุมล้อมเพื่อชิงทรัพย์เเละทำมิดีมิร้ายอยู่ จื่อหลงเดือดดาลเป็นอันมากจึงสะปัดทวนเข้าช่วยทันที เนื่องจากจื่อหลงเป็นนักรบที่เก่งมากขนาดศัตรูนับหมื่นเเสนยังฆ่าเขาไม่ได้จึงเป็นฝ่ายได้เปรียบ หัวหน้าโจรเห็นสถานการณ์ไม่เข้าท่าจึงใช้อาวุธลับอาบยาพิษยิงไปที่..
- ยิงไปที่กูเหนียง ไปฉากจบ 3
- ยิงไปที่จื่อหลง ไป28
28. จื่อหลงจับจิตสังหารได้จึงปัดอาวุธลับเหล่านั้นออกหมด จากนั้นก็ทะยานเข้าประชิดตัวหัวหน้าโจร ก่อนที่จะเเทงหัวหน้าโจรตาย สมุนโจรที่เหลือเห็นหัวหน้าตายจึงหนีเข้าถ้ำไปจนหมด ไปฉากจบ2
29. ทั้งกูเหนียงเเละอาชิงตกใจมากเพราะไม่คิดว่าจะมาพบอาหลงในสภาพนี้ เเละไม่คิดว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่ อาชิงจึงเอ่ยปากถามว่าสมัยที่บ้านตระกูลจ้าวโดยโจมตีนั้น เขาไปอยู่ที่ไหนมา ไป21

ฉากจบที่1 Sad Ending หรือใครบางคนอาจจะสะใจ?>>

สิ่งที่เห็นตรงหน้าจื่อหลงในตอนนี้ก็คือทุ่งหิมะสีขาวสะอาดกว้างใหญ่ กลางทุ่งหิมะนั้นปรากฏร่างของสตรีนางหนึ่งสวมเสื้อผ้าอาภรณ์ราคาแพงมีกระบี่เล่มหนึ่งปักอยู่กลางอก เลือดไหลรินนองเต็มพื้นตัดกับสีขาวของหิมะเป็นทางยาว จื่อหลงตกใจแทบสิ้นสติ รีบวิ่งเข้าไปประคองร่างนั้นขึ้นแนบอก โดยไม่สนใจว่าเสื้อผ้าสีขาวสะอาดดุจหิมะของตนนั้นจะเปรอะเปื้อนเลือด
กูเหนียง! กูเหนียง! จื่อหลงพร่ำเรียกชื่อนั้นหลายครั้งราวกับคนเสียสติ แต่ไม่ว่าจะเรียกไปกี่ครั้งก็ไม่มีเสียงตอบกลับจากร่างนั้น จื่อหลงหลั่งน้ำตาออกมาอย่างไม่อายใคร
ไม่!!!!! เขากู่ร้องตะโกนอย่างสุดเสียง อุสส่าห์ได้มาเจอกันแล้วทั้งที.ใยเจ้าต้องรีบจากข้าไป..จะไม่ใจดำกับข้าไปหน่อยหรือ?
จื่อหลงร่ำไห้ ข้ายังไม่ได้บอกความในใจกับเจ้าเลย.
จื่อหลงประคองนางขึ้นกอดแนบอก..ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด จื่อหลงจึงค่อยๆลุกขึ้นก่อนที่จะอุ้มร่างอันไร้วิญญาณของนางกลับเข้าสู่เมืองฉางซาน

ฉากจบที่ 2 เเฮปปี้เอนดิ้ง รูปยังไม่เสร็จ 100%นะจ๊ะ ไว้มรเวลาว่างเมื่อไหร่เราค่อยอัพใหม่ก็เเล้วกัน>>

จื่อหลงยืนอย่างทระนงอยู่กลางทุ่งหิมะ ซึ่งบัดนี้ไร้อันตรายใดๆ โดยที่จื่อหลงไม่ทันตั้งตัว กูเหนียงก็ได้โผเข้ากอดเขาทันทีด้วยความปิติยินดี
"กูเหนียง....เจ้าทำอย่างนี้ไม่ดีนะ....ถ้าอาชิงรู้เข้าจะว่ายังไง" จื่อหลงรีบห้ามปราม
"ช่างเถอะ....ข้ากับอาชิงเป็นเเค่เพื่อนกัน....ถึงจะเเต่งงานกันเเต่ก็เป็นเพียงเเค่การเเต่งงานในนามเท่านั้น....อาชิงเองถึงเเม้จะผิดหวัง....เเต่เขาก็รอวันที่จะส่งตัวข้าคืนให้เจ้ามาตลอดนะ...."
เมื่อได้ยินดังนั้นจื่อหลงจึงกอดนางไว้เเนบอก ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่
"ท่านหนักใจเรื่องอะไรหรือ?" กูเหนียงถามขึ้นเมื่อเห็นอาการของจื่อหลง เขายิ้มเเละตอบว่า "ดีที่ข้าเป็นคนบ้างาน....เลยยังไม่มีภรรยา....ไม่งั้นถ้าข้าเป็นผู้ชายเสเพลล่ะก็ คนหล่ออย่างข้าคงมีผู้หญิงมาหลงเสน่ห์กันเยอะเเล้ว...."
"คิก คิก.....บ้าจัง.....พูดไปได้....ถ้าเจ้าหล่อ ผู้ชายทุกคนบนโลกก็คงหล่อหมดสิ...." กูเหนียงหัวเราะคิกคัก
"เเหม....เจ้าก็....ไม่ให้กำลังใจข้าบ้างเลยนะ.....ข้าไม่หล่อหรอก....เเค่หน้าตาดีเท่านั้นเอง...." จื่อหลงหยอกนางเล่น
"คนบ้า!!!" กูเหนียงตบเพี๊ยะเบาๆเข้าที่หน้าของจื่อหลง
"เจ้ากล้าตบหน้าข้าหรือ?" จื่อหลงหัวเราฮ่า ฮ่า ก่อนที่เขาเเละกูเหนียงจะกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างเเนบเเน่น เเล้วจึง........เซ็นเซ่อนะจ๊ะ...........
เเสงอาทิตย์เริ่มร้อนเเรงมากขึ้นขณะที่ทั้งสองเดินจูงมือกันกลับเข้าเมืองฉางซาน.....

ฉากจบที่3 โคตร Sad Ending จนคิดว่าจะเขียนไม่จบซะเเล้ว ด้วยเหตุอันนี้ เพราะฉะนั้นฉากนี้ไม่ต้องมีรูปก็เเล้วกันนะ (พูดเล่น ความจริงยังวาดไม่เสร็จต่างหาก)>>
ในขณะที่อาวุธลับอาบยาพิษจะต้องตัวกูเหนียงนั้น จื่อหลงก็ได้วิ่งเข้าเอาตัวมาบังไว้ เเต่ก็ไม่สามารถต้านทานอาวุธลับเหล่านั้นได้ เนื่องจากถ้าสะบัดกระบี่เข้าปัดป้อง ปราณกระบี่ของตนก็จะโดนกูเหนียงด้วย อาวุธลับเหล่านั้นจึงปักลงบนตัวเขาอย่างจัง!!!! จื่อหลงรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายตวัดทวนฆ่าพวกโจรจนหมด ในขณะที่จื่อหลงยืนอยู่ท่ามกลางซากศพของพวกโจรนั้น พิษก็กำเริบขึ้นมา เขาล้มลงกับพื้น กูเหนียงเห็นดังนั้นก็ตกใจมากจึงรีบวิ่งเข้ามาประคองศีรษะของจื่อหลงขึ้น
"กูเหนียง....เราคงไม่มีวาสนาต่อกัน......" จื่อหลงเเค่นคำพูดออกมาอย่างยากลำบากเเละกระอักเลือดสีดำออกมาอึกใหญ่
"ไม่....ไม่นะอาหลง....อุสส่าห์ได้พบกันเเท้ๆ....ข้า...ข้าจะไปตามหมอมา..." กูเหนียงร้องไห้โฮ พร้อมกับจะวิ่งเข้าไปในเมืองเพื่อไปตามหมอ เเต่จื่อหลงยึดมือนางไว้
"ไม่ต้องหรอก......ขอ....ข้าอยู่กับเจ้า.....เเบบนี้เถอะ" จื่อหลงกล่าวขึ้น "เจ้า...เองก็รัก....อาชิง....ให้มากๆนะ...." เสียงพูดของจื่อหลงค่อยๆเเผ่วเบาลงเรื่อยๆจนเเทบจะเป็นเสียงกระซิบ
"เจ้าไม่ต้อง.....ร้องไห้.....หรอก.....ข้าอยู่มานาน.....ได้เห็น...อะไร....มามาก....ก็นับว่า.....คุ้มค่าเเล้ว"
กูเหนียงน้ำตานองหน้าก่อนที่จะสะอึกสะอื้นออกมา "ถ้าไม่มีท่าน....เเล้วข้าจะอยู่ได้อย่างไร"
"ข้าจะมองดูเจ้า.....จากบนท้องฟ้า....นะ......" จื่อหลงเเค่นคำพูดออกมาได้อย่างยากลำบาก สิ้นประโยคนี้ ดวงตาของจื่อหลงก็ค่อยๆปิดลง
"จื่อหลง! จื่อหลง! ไม่นะ!" กูเหนียงร้องไห้จนเเทบจะขาดใจพลางซบหน้าลงกับร่างอันไร้วิญญาณของชายอันเป็นที่รัก.....
พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกตามปกติเฉกเช่นทุกวัน เพียงเเต่ว่าเช้านี้ได้มีอีกชีวิตหนึ่งที่โบยบินไปจากโลกมนุษย์อันเเสนวุ่นวาย.....จากบ้านเกิดอันเป็นที่รัก.....ชั่วนิรันดร์.....เเม้ว่ากาลเวลาจะหมุนเวียนผ่านพ้นไป.....เเต่ชื่อของเขาจะติดตรึงบนหน้าประวัติศาสตร์ตราบนานเท่านาน.....

จบเเล้วเป้นยังไงบ้าง ได้ฉากจบตามที่ทุกคนต้องการมั้ย ^^ เจอกันคราวหน้าจะอัพเดตรูปหนักๆทีเดียว 2 ภาพรวด ใครที่เเอบบ่นว่าเราอู้งาน เตรียมตัวไปดูให้ดี
ปล.1 ถ้ามันผู้ใดขี้เกียจรออ่านคอมมิค เเต่อยากรู้เรื่องที่จื่อหลงเล่าให้กูเหนียงฟีง คราวหน้าจะทำเนื้อเรื่องมาให้ <<ใจดีสุดๆเเล้วนะเนี่ย
ปล2. เพิ่งรู้สึกว่าตัวเองเขียนเรื่องรักๆได้ก็คราวนี้เเหละ
ปล3. รู้สึกว่าฟอนต์มันเเย่มากเลย ไว้มีเวลาค่อยกลับมาเเก้ก็เเล้วกันนะ (เรื่องรูปด้วย)
edit @ 2006/10/04 22:13:09