2008/Apr/21

ได้ tag นี้มานานมากกกกกก ได้เวลาสมควรเเก่การตอบซะที

 

Tag 50 คำถาม จาก Hide ที่น่ารัก~~

1. ที่มาของชื่อ และความหมาย : คุณปู่ที่รักซ์ตั้งให้ หมายความว่าครู 

2. อายุ : ปัจจุบันอายุเท่าเตียวเลี้ยวเมื่อตอน ค.ศ. 185 ^^

3. สถานที่เกิด : รพ.พยาไท 1 

4. มีพี่น้องกี่คน : มะมี

5. ฉายาขำๆที่เพื่อนเรียก : ปลาทาโร่ (ขำมะ?)

6. งานอดิเรก&life style : วาดรูป เล่นคอม กิน อ่านหนังสือ 

7. สถานที่ช้อปปิ้ง : เซนทรัล รัตนาธิเบศร์ ไปทุกอาทิตย์(ไปเรียน) 

8. โรงภาพยนตร์ : ที่เดียวกับข้างบน ดูอยู่ที่เดียว 

9. 3คำที่บ่งบอกความเป็นตัวเอง : ไอ้หมูอ้วน (คนในครอบครัวชอบเรียก ) 

10. กิจกรรมที่ชอบทำ : วาดรูป เล่นคอม นอน

11. เว็บไซต์ที่เข้าบ่อย : dek-d google(เเหงล่ะ ตั้งไว้หน้าเเรก) thaisamkok 

12. สไตล์การแต่งตัว : เสื้อยืดตัวใหญ่ๆ กางเกงขาก๊วย รองเท้าเเตะ 

13. คุณใช้โทรศัพท์รุ่นไหน/เสียงเรียกเข้า : Nokia รุ่น 11xx สองตัวหลังจำไม่ได้ว่า 80 หรือ 08 เสียงเรียกเข้าเเต่งเอง

14. ของสะสม : การ์ตูน

15. สีที่ชอบ : ขาว น้ำเงิน 

16. เวลาเหงาๆสิ่งแรกที่จะทำ : ดูทีวี นอน 

17. ชอบดูหนังแนวไหน และหนังที่ประทับใจมากที่สุด
: เเฟนตาซี อิงประวัติศาสตร์ สงคราม(เฉพาะที่ไม่มีปืน)
 

18. ชอบฟังเพลงแนวไหน และเพลงที่ชอบมากที่สุด
: Da Jun Gu (เขียนถูกป่าวว้า? มันคือเพลงมาร์ชของทหาร ที่มีกลองศึกอะไรเทือกนั้น), เพลงจีนเเบบใช้เครื่องดนตรีโบราณ, classic ก็ฟังได้นะเออ เพลงที่ชอบมากที่สุด(ตอนนี้) endlesslove มั้ง
  

19. เครื่องประดับที่ขาดไม่ได้ : กิ๊บติดผม

20. ของที่ติดสุดๆ : การ์ตูนนน~~

21. ชอบอ่าน :  การ์ตูน+ประวัติศาสตร์จีน

22. ผู้ชายที่ทำให้ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว : ไม่มีมั้ง - - 

23. ผู้หญิงที่ดูดีในสายตาคุณ : ก็ตัวเองนี่เเหละ ดูดีสุดเเระในสายตาตัวเอง - _-'' 

24. ความสามารถพิเศษ : เป็นที่รักของเเมว

25. อาหารที่ทำอร่อยที่สุด : ไข่ดาว โดยเฉพาะทำในไมโครเวฟ

26. ของที่เห็นแล้วต้องซื้อ : หนังสือ(ที่ไม่ใช่หนังสือเลข+เคมี+ฟิสิกส์)

27. สิ่งที่เห็นแล้วต้องยี้ : เเมงมุม

28. หนังสือเล่มโปรด : อะไรที่เกี่ยวกับจีนๆ(ครอบคลุมทุกเล่มที่ชอบ)

29. คำพูดที่ดีที่สุด เมื่อคนอื่นพูดถึงเรา : อ่า...คิดไม่ออกเเฮะ

30. ประเทศที่อยากไปมากที่สุด : จีน ญี่ปุ่น รัสเซีย

31. ปกติเข้านอนกี่โมง ตื่นกี่โมง : (ปิดเทอม) วันธรรมดา นอนสี่ทุ่ม ตื่นหกโมง เสาร์-อาทิตย์ นอนสี่ทุ่มตื่น เจ็ดครึ่ง

32. ชุดที่ใส่นอน : ชุดนอน

33. เวลานอนไม่หลับ กิจกรรมที่จะทำ : นอนนับเเกะ

34. unseen เวลานอนต้องกอด : หมอนข้าง

35. เรื่องที่เห่อล่าสุด : ยังไม่มีอะไรน่าเห่อ

36. สิ่งที่ทำบ่อยๆจนติดเป็นนิสัย : หาวไม่ปิดปาก

37. นิสัยแย่ๆที่แก้ไม่เคยได้ : ขี้เกียจ

38. Idolในดวงใจ :ไม่มี

39. ศิลปินคนโปรด : Pachelbel

40. ดาราคนโปรด :  ไม่มี

41. ส่วนใหญ่จะตื่นเต้นที่สุดถ้าต้องทำ...ไม่รู้แฮะ

42. สเป็คคนรู้ใจ : ไม่รู้เเฮะ

43. ดอกไม้ที่บ่งบอกความเป็นตัวเรา : อืม ดอกอุตพิต (เอ๊ย พูดเล่น)

44. ถ้าวันแห่งความรักไม่ใช่วันที่14กุมภา อยากให้เป็นวัน...วันไหนก็ได้ 

45. เปรียบความรักเป็นอะไร : รักคือ.....?

46. ถ้าเป็นผู้ชายได้1วัน : สำรวจตัวเอง

47. เรื่องที่ทำให้ต้องเสียน้ำตา : อะไรที่มันซึ้งๆ

48. ถ้าโลกแตกจะทำอะไร : ไม่ทำ

49. อยากพูดอะไรมากที่สุดตอนนี้ : เมื่อย

50. สิ่งที่อยากจะฝากถึงคนที่เราจะแท็กต่อไป : รักนะ เด็กโง่
- - - ให้ คนที่อยากทำก็ทำไป

2007/Dec/19

รู้สึกว่าปีนี้มิดเทอมเร็วเหลือเกิน ยังไม่ทันเรียนอะไรเข้าหัว(โดยเฉพาะเคมีกับฟิสิกส์) ก็สอบซะเเระ วันนี้ร.ร.เค้าหยุดให้ครึ่งวัน เเทนที่จะนั่งอ่านหนังสือ กลับมานั่งอัพบล็อกกันร้างซะนี่ เจริญจริงเรา = ="

 ไหนๆก็อู้เเล้ว ก่อนที่ท่านเเม่จะมาลากตัวไปจากคอม ก็ขอมานั่งอัพอะไรเล่นๆซะหน่อย ช่วงนี้ก็เหมือนเดิม คือปั่นงานชมรมจนหูตาลาย (ทั้งๆที่เวลานี้ควรอ่านหนังสือได้เเล้ว) ช่วงนี้ก็โหมดบ้างงานชมรมเเล้ว เพราะฉะนั้นคราวนี้จะอัพเกี่ยวกับเรื่องงานชมรมก็เเล้วกัน

..........ว่าด้วย The Lost Memory................เรื่องนี้ No Woman
(ที่ตอนนี้เกือบจะเป็นการ์ตูนเกย์ไปเเล้ว เพราะท่านรองประธานคอยไซโคให้จับ Y คู่ฝาเเฝดอยู่ทุกวัน)

เเฝดคนพี่ฮับ : ฉีฟุ

นี่คือรูปเปิดตอนที่ 3 ที่จะลงในวารสารที่กำลังปั่นกันอยู่นี้ เเอบรู้มาว่า ท่านรองประธานฮิเดะก็ชอบหนุ่มหน้าหวานท่านนี้(เเต่คนเขียนไม่ชอบ - -)

คุณท่านเเกเป็นหนุ่มเจ้าสำราญหน้าสวยเหมือนผู้หญิงฮับ จะออกเเนวนิ่มๆปกป้องตัวเองไม่ได้สไตล์บัณฑิตนั่นเเหละ (น้องถึงต้องเก่งไงจะได้ปกป้องพี่ได้....มันเลยกลายเป็น Y ไปเเล้วไง) เเต่ซื่อซะจนน่าห่วง เกือบโดนจับไปตอนเป็นขันทีมาเเล้วครั้งนึง

ตอนเด็กพ่อซึ่งเป็นเจ้ากรมคลังส่งไปอยู่ที่สำนักอักษรจันทร์ฉาย พอตระกูลฉีถูกเฉินเฟิ่งขันทีโฉดฆ่าล้างตระกูล สำนักจันทร์ฉายจึงถูกล้างสำนักไปด้วย เเต่โชคดีของอาฟุเขาฮับที่เเม่ทัพจ้าวช่วยเขาออกมาได้ เเล้วเอาไปเลี้ยง จนกระทั่งโตขึ้นมาเเล้วก็ได้พบกับเเฝดผู้น้องในที่สุด ตอนนี้ก็เลยทำงานเป็นเสนาธิการให้น้องชายที่ด่านฉวนโจว

ฉีฟุป่วยตายฮับหลังจากที่เเฝดคนน้องของเขาพยายามเดิมพันชีวิตตนเองเพื่อช่วยต่ออายุให้เขาอยู่หลายครั้ง เเต่ถูกเเม่ทัพจ้าวชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ เเต่เขาไม่ควรจะรู้หรอกนะว่าเขาเคยถูกชีวิต ><

 <<ของเเถม ฉีฟุ : เห็นมั้ยล่ะว่าข้าน่ารักขนาดไหน

ต่อไป เเฝดผู้น้อง : ฉีเค่อฉิน ฮับ

รูปนี้ใช้เป็นภาพเปิดตอนเล่ม 2 ไปเเล้ว

ตัวละครตัวนี้ถือเป็นตัวเดินเรื่องเลยก็ว่าได้ คุณท่านเเกจะต่างจากเเฝดคนพี่เเบบฉีกเเนวไปเลย เเล้วดูเหมือนเขาจะมีพลังพิเศษติดตัวอยู่นั่นก็คือเขาสามารถเเก้ไขอดีตได้ เเต่ถ้าเเก้ไขอดีตเพื่อช่วยชีวิตอนอื่น จะต้องเเลกด้วยชีวิตของเขาเช่นกัน (ดูเหมือนเค่อฉินจะคอยเเก้อดีตไม้ให้ฉีฟุตายอยู่บ่อยๆ เเต่ตัวเขากลับไม่เป็นไรซะที)

เป็นคนที่รักพี่เเละคอยจู้จี้จุกจิกเรื่องของฉีฟุมากเสียจนดูเหมือนเขาเป็นพี่ชายซะเอง ตอนเด็กพ่อฝากเขาไว้กับเพื่อนที่เป็นเเม่ทัพอยู่ที่ชายเเดน เเล้วให้เขาโตขึ้นมาเเบบเเข็งเเกร่งพึ่งตัวเองได้(เเละคอยดูเเลฉีฟุได้ด้วย) ฉีเค่อฉินเป็นเเม่ทัพนายด่านฉวนโจวตั้งเเต่อายุ 16 (ยังไม่บรรลุนิติภาวะเลยนะนั่น) ดูเหมือนฉีฟุจะมีความลับอย่างหนึ่งที่ตอนที่จะถึงนี้เขาจะโดนเเม่ทัพจ้าวเเฉเเบบหมดเปลือก

 <<รู้สึกว่าวาดเค่อฉินทีไร จะออกมาเเนวสีคลาสสิกอย่างงี้ทุกที

เเม่ทัพจ้าว 

เเม่ทัพจ้าวเป็นคนที่มีวิชาชุบชีวิตเเล้วก็เป็นอมตะด้วย(รู้สึกว่าอยู่มาหลายร้อยปีเเล้วเหมือนกัน) รูปอยู่ในเอนทรี่ที่เเล้วไปหาดูเองก็เเล้วกัน

เขาเป็นคนที่คอยช่วยเหลือคนตระกูลฉีที่รอดชีวิตอยู่ตลอด เเต่เขาจะไม่บอกใคร ปล่อยให้เหตุการณ์มันพาไปเอง อย่างเช่นเขาช่วยเจ้ากรมคลังเเต่ไม่เคยบอกทั้งเค่อฉินเเละฉีฟุว่าพ่อยังมีชีวิตอยู่(ทั้งที่เจอหน้ากันหลายๆครั้ง)

ต่อไปนี้เป็นสปอยด์นะฮับ

ท่านนายกอง

รูปท่านนายกองที่จะลงภาพเปิดตอน ตอนที่ 4 ยังไม่ได้วาด ก็เลยมีเเต่เวอร์ชั่นนี้

เขาเป็นนายกองพลาธิการใต้บังคับบัญชาของเเม่ทัพจ้าว ซึ่งเเม่ทัพจ้าวสั่งให้เขาจับตาดูเค่อฉินกับฉีฟุไว้ไม่ให้ไปทำความเเตกว่าเป็นลูกของเจ้ากรมคลัง เเต่จริงๆเเล้วท่านนายกองคนนี้ก็คือเจ้ากรมคลังผู้เป็นพ่อที่รอดชีวิตจากการฆ่าล้างตระกูลที่เหี้ยมโหดมาได้อย่างปาฏิหาริย์นั่นเอง

เป็นคนที่โกหกไม่เก่ง โกหกทีไรโดนจับได้ทุกที ชำนาญอาวุธทุกประเภท เก่งทั้งบู๊ทั้งบุ๋นเเต่ไม่ชอบฆ่าคน ก็เลยไปเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นเเทน(ตอน 3 นี่จะได้เห็นท่านนายกองบู๊ เเถมเเย่งซีนเค่อฉินบ่อยๆด้วย) ออกจะต๊องหน่อยๆด้วยบางครั้ง ดูเหมือนเค่อฉินจะฉลาดพอที่จะรู้ว่าเขาเป็นพ่อทั้งๆที่ไม่เคยได้เจอหน้ากัน สุดท้ายก็โดนเค่อฉินต้อนจนมุม ความเเตกฮับ (ฮา)

 ****************************************

โอย.........เดี๋ยวต้องไปโรงเรียนเเล้วล่ะ(มีเรียนตอนบ่าย) เพราะฉะนั้นปิดท้ายด้วยฝาเเฝดอีกคู่หนึ่งจากในลำนำวิบัติฯ ก็เเล้วกัน เเต่ต่างจาก The lost memory ตรงที่คนนึงเป็นพระเอกต๊อง คนนึงเป็นตัวร้ายเเบบไร้ความเมตตาสุดๆ (เดาเอาก็เเล้วกันว่าคนไหนเป็นพระเอกคนไหนเป็นตัวร้าย) โทดที รูปใหญ่ไปหน่อย

 ****************************************

เนื่องจากใกล้สอบ+ปีใหม่เเล้ว ถ้าใครต้องสอบมิดเทอมก็ขอให้สอบได้คะเเนนดีๆก็เเล้วกันน้า สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าด้วย ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆตลอดปีหน้าเลยนะ ขอให้มีเเฟนหล่อๆสวยๆกันทุกคนเลย ^^

 

edit @ 21 Dec 2007 13:06:55 by ZhaoZiLONG

2007/Jul/30

เเหม....หยุดสี่วันนี่มันช่างดีซะเหลือเกิน(นอนตื่น 10 โมงทุกวัน) จนกระทั่งวันนี้จึงได้รู้ว่า งานชมรมมันไม่ได้กระเตื้องขึ้นมาซะเลย เพราะฉะนั้น (me/ คลานลงจากเตียงลุกขึ้นมาเปิดคอมเตรียมสเเกนรูป)

เเต่ว่าก่อนที่จะเสียบปลั๊กสเเกนเนอร์ ก็ดันมีความคิดขึ้นมาว่า ไหนๆหยุด 4 วันทั้งที อัพบล็อกซะหน่อยจะเป็นไรไป ถึงมันจะไม่ค่อยมีอะไรให้อัพนอกจากเเปะรูปก็เถอะ (เพราะฉะนั้นเลยพักเรื่องสเเกนไว้ก่อน)

อย่างเเรก เราดีใจกับตัวเองด้วยที่เเผลจากการผ่าฟันคุดหายเเล้ว หลังจากเป็นรูอยู่หลายเดือน เเต่ยังมีกรามอีกซี่ที่ต้องไปถอนอีก ยังไม่ได้นัดหมอเลย เเต่ไม่อยากถอนเเล้วอ่า ตอนถอนน่ะไม่เจ็บหรอก เเต่พอยาชาหมดฤทธิ์เเล้วเท่านั้นเเหละ เจ็บชิบ ปวดด้วย

ตอนนี้เรากำลังเเต่งนิยายลงเด็กดีอยู่<<กำลังทำตัวเป็นเจรุชา เเอบบอต เเต่น่าเสียดายที่ไม่มีเเดดดี้หล่อๆมาอุปถัมภ์ เป็นเรื่องเเนวเเฟนตาซีอ่ะนะ ไม่ใช่ว่าถนัดเเนวนี้หรอก เเต่รู้สึกว่ามันอิสระที่สุด ใครอยากอ่านก็ไปอ่านได้เน้อ

 ลำนำวิบัติ อาณาจักรเหนือพิภพ

อันที่สาม ไอ้คนที่โยนเเท็กนักเขียนมา เราตอบเเท็กเเล้วนะเฟ้ย อยู่ในไดอารี่ใน My id. เเล้วอย่าโยนเเท็กมาทีละ 5 เเท็กอีกนะ ตอบไม่ทันเฟ้ย

คะเเนนสอบบางวิชาออกมาเเล้ว ได้ไม่ค่อยดีเลยอ่ะ เกือบตกเลขเสริม(ทำโจทย์log ไม่ได้เลย TT TT)กับชีวะ(ก็เรามันไม่ถนัดเรื่องพืชมาตั้งเเต่ไหนเเต่ไรเเล้วนี่ เเต่ถ้าเรื่องสัตว์ล่ะก็พอไหว)

มาถึงเวลาเเปะรูปเเล้ว หนีไม่พ้นท่านเตียวจูล่ง-ขุนทัพสีขาว อีกล่ะ(รูปนี้เป็นรูปที่ 15 ของท่านพอดี) บางคนอาจจะเห็นในเด็กดีเเล้ว เเต่จะลงอีกรอบ เพราะไม่มีรูปจะลงเเล้ว ช่วงนี้ยุ่งไม่มีเวลาวาด+ลงซีจีเพิ่มเลย

ฉันควรจะดีใจมั้ยเนี่ยที่ไม่มีเวลาวาดรูปจนต้องเอารูปนี้ไปเป็นรูปเปิดตอนการ์ตูนในวารสารชมรม

เอาล่ะ นี่ก็สี่โมงเเล้ว ยังไม่ได้เริ่มงานชมรมเลย(ว้าก ตายเเล้ววววววว จะทันมั้ยเนี่ย) เพราะฉะนั้น C U Next..... ขอตัวไปปั่นก่อนเป็นการด่วนก่อนล่ะ!!!

ปล. นี่คือเบื้องหลังของงานชมรมเรา


edit @ 2007/07/30 19:39:30

2007/May/16

หลายๆคนน่าจะรู้จักเกมนี้ Koi Hime Musou - Doki Otome dareke no sangoku shien หรือเกมสามก๊กเวอร์ชั่นโมเอะนั่นเอง ความจริงชื่อเกมมันเเปลได้ว่า "เจ้าหญิงเริงรัก นักสู้กู้เเผ่นดิน-สามก๊กที่มีเเต่สาวสวยจนน่าตื่นเต้น"(เอามาจาก animag)

มันเป็นH game ซึ่งเราก็เป็นเด็กดีไม่เคยเล่นเกมพวกนี้เหมือนกัน ถึงอยากเล่นก็ไม่กล้าเเฮะ เเฟ้มใส่ CG ยังพอซ่อนได้ เเต่ถ้าเอาเกมมาลงมีหวังท่านพ่อท่านเเม่ค้นเจอเเหงเลย(ตายสยองเเหง)

ถึงบอกว่าจะยุ่งเเค่ไหน เเต่ก็ไม่พลาดที่จะเก็บ CG เกมนี้ ถึงเเม้เราจะไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะว่าเราเองก็นับถือท่านหนึ่งอยู่เหมือนกัน(เเต่ก็เก็บเรียบ เเละเลือกดูเเต่ฉากที่มันไม่ H) เราเห็นว่าCharactor มันน่ารักดีเเฮะก็เลยเอามาลงให้สาวกโลลิดูซะหน่อย(เเน่นอนจะเลือกเเต่ภาพที่ปลอดภัย) ขอโทษด้วยที่ลงรูปเล็ก เพราะเน็ทไม่เอื้ออำนวย ใครอยากได้เเบบใหญ่ๆจุใจ ไว้ขอกันหลังไมค์ก็เเล้วกัน เอาล่ะ มาดูกันเลย

หน้าเกม

เตียวหุยกะน้องหมา

เตียวหุยอีกนั่นเเหละ (รูปนี้สวยเเฮะ)

เตียวหุยเฝ้าสะพานเตียงปัน พี่เเกเเต่งตัวเท่ได้ใจมาก

กรี๊ด ท่านเตียวเลี้ยวของข้า>w<

เตียวเลี้ยวจู๋จี๋กับกวนอูโดยมีจูล่งเป็นก.ข.ค. (จาเป็น ก.ข.ค.เค้าทำไมเนี่ย)

ท่านจูล่งกินบะหมี่น่าอร่อย ^^

ดื่มเหล้าชมจันทร์กับพระเอก(น่าอิจฉา--)

"เเม้มีศัตรูนับหมื่นอยู่ตรงหน้า ข้าก็ขอสู้ตายเพื่อนายท่าน!"

เเฮหัวเอี๋ยน มือฉมังธนู ลูกพี่ลูกน้องของโจโฉ

ก๊กอ้วนเสี้ยว อันประกอบด้วย อ้วนเสียว งันเหลียง บุนทิว

ท่านกวนอูขอรับ^.^

จะเห็นว่าอาหารของคุณท่านช่างน่ารับประทานดีเเท้ -_-"

ท่านกวนยิ้มเเล้ว ><

ฮองตง ขุนพลเฒ่า กับรีรี่ ลูกสาว

เพิ่งเห็นว่าลืมรูปม้าเฉียว เอารูปนี้เเทนก็เเล้วกัน

ฮองตง รีรี่ กับพระเอก

ซ้ายคือหมอดูอิเกียด ขวาคือเหยียนฟั่ง ฝ่ายง่อก๊ก (ใครหว่า)

ลิโป้เเอบงีบกลางวันซะเเล้ว

ร่วมโต๊ะกับ 5 ทหารเสือจ๊กก๊ก

ซุนกวน เจ้าเเคว้นอู๋(หน้าตาเอาจริงเอาจังจังนะ)

โจโฉ กับพี่น้องตุ้น-เอี๋ยน

ขงเบ้งกลายเป็นโลลิไปซะเเล้ว

ยิ้มท่ามกลางเเสงหิ่งห้อย

จิวยี่ สาวเเว่นทรงเสน่ห์

เเม้เเต่ในเกม H ก็ยังมีฉากนี้

พี่ตุ้นเท่มาก!!!!

ตั๋งโต๊ะ(ขวา) ลิยู(ซ้าย)

กวนอู-จูล่ง ผนึกกำลัง!

รวม 5ทหารเสือ เเต่ไหงมีเตียวเสี้ยนอยู่ด้านหลังด้วยเนี่ย

ภาพลูกเกาทัณฑ์ถี่ยิบเลย

ไต่เกี๊ยว เสี่ยวเกี๊ยว ขงเบ้ง เเล้วก็ตั๋งโต๊ะ

gif animetion ที่เราเรียงเอง

เตียวเลี้ยว เท่ห์สะใจ

จูล่งด้วย

ภาพจบจ้า

ที่เหลือ ถ้าอยากได้ หลังไมค์จ้า

Edit 1 st. เเก้ภาพ gift animetion ที่มันไม่เคลื่อนไหวจ้า

2006/Sep/12

หลังจากที่พี่น้องที่น่ารักทั้งหลายของเราทะเลาะกันอย่างหนักว่าจะให้กูเหนียงตายดีหรือเปล่า พี่น้องที่น่ารักของพวกเราจึงเเบ่งกันเป็น 2 ก๊ก ดังนี้

1.ก๊กไทชิจิ กับหนูหลัน ซึ่งสนับสนุนให้ก็เหนียงตายสยอง

2. ก๊กหลง ซึ่งสนับสนุกให้จบเเบบเเฮปปี้เอนดิ้ง

ดังนั้นเพื่อป้องกันพวกพ้องเเตกเเยกกันเองหนูหลงก็เลยต้องรีบลงเรื่องให้เสร็จๆไป (ทั้งๆที่ยังวาดรูปฉากจบไม่เสร็จเนี่ยนะ เเต่เพื่อความสุขของพี่ๆน้องๆต้องมาก่อน) ยังไงซะเรื่องรูปที่ยังไม่เสร็จไว้เราจะมาเเก้ให้ทีหลังก็เเล้วกัน ตอนนี้ก็ทนดูๆไปก่อน เอาล่ะมาเข้าเรื่องกันเลย (ใครอยากให้จบเเบบไหนก็ขอให้ได้เเบบนั้นก็เเล้วกันนะ)

เรื่อง The Legend of Dragon Tales ภาคพิเศษ(เฉพาะกิจ เพื่อความสมานฉันท์ของพี่น้อง)

1. กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ภูเขาฉางซาน จังหวัดฉางซาน มีเด็กวัยรุ่นอยู่ 3 คน ชายสองหญิงหนึ่ง นั่นก็คืออาชิง อาหลง และกูเหนียง ทั้งสามเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก อาชิงนักเลงหัวไม้ประจำอำเภอนั้นหลงรักกูเหนียงมาตั้งแต่ยังเล็ก แต่กูเหนียงดันไปชอบเจ้าหนุ่มบัณฑิตสำอางผู้ครองตำแหน่งเจ้าตระกูลจ้าวอย่างอาหลงมากกว่า จึงเกิดความรักสามเส้าระหว่างเด็กๆขึ้น วันหนึ่ง ตระกูลจ้าวของอาหลงถูกกวาดล้างโดยพวกในราชสำนัก ผู้คนส่วนใหญ่หนีขึ้นไปบนภูเขาฉางซานได้อย่างปลอดภัย แต่ยังไม่มีข่าวความเป็นตายร้ายดีของท่านเจ้าตระกูลคืออาหลงมาถึงหูของกูเหนียงเลย กูเหนียงเป็นห่วงมากจึง.....

- ช่างเถอะ ยังไงข้าก็มีอาชิงอยู่ทั้งคน ไป2

- ต้องรีบไปดูที่บ้านตระกูลจ้าวหน่อยแล้ว ไป3

2. ตอบได้ใจดำมาก กลับไป 1 ใหม่

3. กูเหนียงรีบวิ่งออกจากบ้านไปยังบ้านตระกูลจ้าวทันที ระหว่างทางก็พบอาชิงเข้า ดูเหมือนว่าอาชิงเองก็เป็นห่วงศัตรูหัวใจของเขาเหมือนกัน แต่เนื่องด้วยสถานการณ์อันตรายและยังไม่น่าไว้วางใจ อาชิงจึงแนะนำให้กูเหนียงกลับไปรอที่บ้าน กูเหนียงจึง

-กลับไปรอที่บ้านตามคำแนะนำของอาชิง ไป4

-ไม่ว่าอย่างไรก็จะตามอาชิงไปที่บ้านสกุลจ้าวให้ได้ ไป5

4. เมื่อกูเหนียงกลับไปรอที่บ้านก็กังวลใจยิ่งจึงหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน จนกระทั่งได้ยินเสียงรถม้ามาหยุดหน้าบ้าน อาชิงก็ได้โผล่มาแจ้งข่าวร้ายว่าบ้านสกุลจ้าวถูกถล่มราบ และให้กูเหนียงรีบขึ้นรถม้าเพื่ออพยพไปเมืองหลวงกับตน เนื่องจากสถานการณ์ในจังหวัดฉางซานตอนนี้อันตรายนัก กูเหนียงจึงตัดสินใจว่า....

-ไม่ว่าอย่างไรก็จะอยู่ที่จังหวัดฉางซานนี้ต่อไป ไป6

- รีบอพยพไปกับอาชิง ไป7

5. กูเหนียงและอาชิงจึงเดินอย่างเร่งรีบไปที่บ้านสกุลจ้าว เมื่อไปถึงก็พบว่ามีคนถูกฆ่าตายเป็นจำนวนมาก ด้วยสายตาอันเฉียบแหลมของกูเหนียง ทำให้นางสะดุดตากับของสิ่งหนึ่งที่หล่นอยู่ที่พื้น เมื่อเก็บขึ้นมาดูดีๆก็พบว่า มันคือปิ่นปักผมประจำตัวของอาหลง ก็สำคัญว่าอาหลงตายแล้ว จึงร้องให้เสียใจอย่างหนัก อาชิงจึงรีบบอกให้กูเหนียงอพยพไปกับตน กูเหนียงจึง....

-อพยพไปเมืองหลวงกับอาชิง ไป7

- ดึงดันที่จะหาศพอาหลงให้เจอก่อน ไป9

6. อาชิงไม่ยอมเพราะจังหวัดฉางซานมีอันตรายจากทหารที่มาบุกจึงบังคับให้กูเหนียงไปอยู่เมืองหลวงกับตน ไป7

7. เมื่อไปอยู่เมืองหลวง อาชิงจึงเลิกทำตัวเป็นอันธพาล พยายามเล่าเรียนหนังสือจนสอบเข้ารับราชการได้สำเร็จ เพื่อที่จะแทนส่วนที่ขาดหายไปในชีวิตของกูเหนียง นั่นก็คืออาหลง จึงพยายามทำตัวให้เหมือนอาหลงที่สุด แม้กูเหนียงเองจะแย้งบ้างในบางครั้งว่า มันไม่ค่อยเหมาะสมกับอาชิง ต่อมาไม่นาน เมื่อหน้าที่การงานของอาชิงเข้าที่เข้าทางดีแล้ว เขาจึงขอกูเหนียงแต่งงาน กูเหนียงจึง......

-ยอมแต่งงานกับอาชิง เพราะยังไงก็ไม่มีโอกาสได้เจออาหลงอีกแล้ว ไป8

-ปักใจเชื่อว่าอาหลงยังมีชีวิตอยู่ จึงยังไม่แต่งงานกับอาชิง ไป11

8. เมื่อได้ฤกษ์ดีแล้วทั้งสองจึงแต่งงานกัน แต่การแต่งงานกันนั้นเป็นการแต่งงานเพียงแต่ในนามเท่านั้น เพราะอาชิงก็รู้ดีว่าเขาไม่สามารถไปเทียบกับคุณชายอย่างอาหลงได้ ทั้งสองครองเรือนกันอย่างมีความสุข ณ เมืองหลวง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ทั้งสองก็ไร้บุตรสืบสกุล ไป10

9. เมื่อทั้งสองช่วยกันหาศพของอาหลงที่บ้านสกุลจ้าว แต่หาอย่างไรก็หาไม่พบ จึงคิดว่าอาหลงอาจจะยังไม่ตาย หรือไม่ก็ถูกทำลายศพไปแล้ว แต่ถึงกระนั้นอาชิงก็เห็นว่าที่นี่ไม่ปลอดภัย จึงให้กูเหนียงอพยพไปอยู่เมืองหลวงกับตน ไป7

10. จวบจนเวลาผ่านไปเกือบ 50 ปี ตอนนี้อาชิงก็ได้เป็นเสนาบดีของเมืองหลวงแล้ว จากวันนั้นเป็นต้นมา ทั้งสองก็ไม่ได้กลับไปที่จังหวัดฉางซานอีกเลย เนื่องจากกูเหนียงเองก็ไม่อยากนึกถึงคู่รักเก่าอย่างอาหลงที่ไม่ได้ข่าวคราวมาหลายสิบปี จนทั้งสองคิดว่าเขาตายไปพร้อมกับการกวาดล้างเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว แต่จู่ๆอาชิงก็อยากเจอสื่อจุง เพื่อนสมัยเด็กที่ตอนนี้เป็นหมออยู่ที่ฉางซาน ทั้งสองจึงเดินทางกลับบ้านเกิดอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้กลับไปหลายสิบปี เมื่อไปถึงก็พบว่าสภาพเปลี่ยนแปลงไปมากจนเกือบจำไม่ได้ และอาชิงเองก็จำไม่ได้ด้วยว่าบ้านของหมอสื่ออยู่ที่ไหน เหลือบไปเห็นแม่ทัพหนุ่ม 2 คนที่หน้าประตูเมืองจึงเข้าไปไต่ถามก็ทราบว่าทั้งสองชื่อเตียวกองและเกียนหลง ทำงานอยู่ที่เมืองนี้ แต่ทั้งสองก็ไม่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับหมอสื่อเลย เตียวกองจึงแนะนำให้ทั้งสองไปถามพ่อของตน กูเหนียงและอาชิงจึง......

-ไปหาพ่อของเตียวกอง ไป12

-ไม่เป็นไร เดี๋ยวลองหาๆไปเองก็ได้ ไป14

11. ทั้งสองอยู่กินกันแบบเพื่อน และสืบข่าวเกี่ยวกับอาหลงคนรักของกูเหนียงต่อไป ไป10

12. เตียวกองจึงพาอาชิงและกูเหนียงไปหาพ่อของตนที่บ้าน พ่อของเตียวกองเป็นนักรบร่างสูง ดูมีสง่า หน้าตาเกลี้ยงเกลา ใส่ชุดสีขาวทั้งชุด ทำงานเป็นนายประตูของเมืองนี้ มีฉายาว่าขุนทัพสีขาว ได้บอกว่าหมอสื่อนั้นตายไปนานแล้ว อาชิงรู้สึกผิดหวังอย่างยิ่ง กูเหนียงใจหนึ่งก็อยากถามเกี่ยวกับอาหลง จึงคิดว่า.....

-ควรจะลองถามเกี่ยวกับอาหลง.....เขาอาจจะรู้ก็ได้ ไป13

-รบกวนเวลางานเขามากไปแล้ว....รีบไปดีกว่าเรา.... ไป17

13. กูเหนียงจึงเอ่ยปากถามขุนทัพสีขาวเกี่ยวกับอาหลง ดูเขาสะดุ้งตกใจจนจับพิรุธได้ที่หนึ่ง แล้วจึงหันมาถามทั้งสองด้วยท่าทีประหลาดใจ พวกท่านรู้จักอาหลงด้วยหรือ? กูเหนียงจึงบอกว่าเป็นเพื่อกันกันมาตั้งแต่เด็ก ขุนทัพสีขาวถอนหายใจเฮือกใหญ่เหมือนจะจนหนทาง แล้วจึงบอกว่าตัวเขานั้นแซ่จ้าวชื่อจื่อหลง เป็นเจ้าตระกูลจ้าวและอาหลงก็คือชื่อในสมัยเด็กของเขา!!ไป29

14. ทั้งสองแวะเข้ากินอาหารที่โรงเตี๊ยม ก็พบกับกลุ่มแม่ทัพกลุ่มหนึ่งนั่งกินเหล้าถกวีรกรรมของตัวเองกันอยู่ คนที่ดูเป็นผู้นำเป็นชายชราผมขาว หน้าตาเกลี้ยงเกลา สวมชุดสีขาว พาดทวนยาวไว้บนตัก นั่งฟังเหล่าแม่ทัพหนุ่มๆเถียงกันอยู่เงียบๆ เมื่อเห็นทั้งสองที่เป็นคนต่างถิ่นท่าทางกำลังมีปัญหาเข้ามา จึง........

- เสนอตัวเข้าให้ความช่วยเหลือ ไป16

- นั่งอยู่เฉยๆ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ต่อไป ไป15

15. ใจดำจริง เห็นคนลำบากแล้วไม่ช่วยเหลือแบบนี้ไม่สมกับเป็นชาวฉางซานอย่างข้าซะเลย กลับไปข้อ14 ใหม่ซะ!!!

16. แม่ทัพชราเดินไปที่โต๊ะที่กูเหนียงกับอาชิงนั่งอยู่ แล้วจึงเสนอตัวให้ความช่วยเหลือ ข้าแซ่จ้าว ชื่อจื่อหลง......เป็นนายประตูเหนือเมืองนี้......มิทราบว่าท่านมีปัญหาอันใด? แม่ทัพชายกล่าวขึ้นด้วยความสุภาพ แต่กูเหนียงก็สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคนั้น เพราะเห็นว่าแม่ทัพท่านนี้แซ่จ้าว และชื่อก็คล้ายๆกับอาหลง จึง......

-เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายถามให้แน่ไปเลย ว่าเขาใช่อาหลงหรือเปล่า (ความจริงกูเหนียงอยากจะให้เป็นไม่ใช่ เพราะเขาดูต่างจากอาหลงคนรักมากนัก) ไป 19

-ทำเฉยๆซะ ยังไงคุณชายบัณฑิตตัวนิ่มอย่างอาหลงก็ไม่มีอฃทางไปเป็นแม่ทัพได้หรอก ไป20

17. ขณะที่ทั้งสองกำลังจะลากลับ ขุนทัพสีขาวได้เดินไปส่งทั้งสองที่หน้าประตูบ้านพร้อมกับกล่าวว่า ข้าแซ่จ้าว ชื่อจื่อหลง เป็นชาวเมืองนี้และเป็นนายประตูเมืองนี้ด้วย....ถ้าต้องการความช่วยเหลืออะไรให้มาหาข้าได้ <<-- (ปากพาจน) ดังสายฟ้าฟาดลงบนร่างของกูเหนียงและอาชิง ทั้งสามยืนนิ่งอยู่นานจนกระทั่งกูเหนียงละล่ำละลักออกมา ท่านคือ....อาหลง แม่ทัพเฒ่าดูจะแปลกใจเช่นกันก่อนจะถามว่า พวกท่านรู้ชื่อสมัยเด็กของข้าได้อย่างไรกัน....หรือว่า.....อาชิง....กูเหนียง ประโยคหลังของเขาเบาจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ กูเหนียงรู้สึกประหลาดใจมากเมื่อเห็นสภาพของอาหลงใจขณะนี้ จึงเอ่ยปากถามถึงสาเหตุที่เลิกเป็นบัณฑิต จ้าวจื่อหลงจึง....

-เล่าให้กูเหนียงฟังตั้งแต่ตอนที่ตระกูลจ้าวถูกกวาดล้าง ไป21

- บ่ายเบี่ยงว่าไม่เหมาะสมที่ผู้หญิงจะฟัง (อักนัยคือไม่อยากเล่านั้นเอง) ไป18

18. กูเหนียงรบเร้าจะฟังให้ได้จนจื่อหลงทนไม่ไหวต้องเล่าให้ฟังอยู่ดี ไป21

19. กูเหนียงจึงถามแม่ทัพจ้าวไปว่าใช่อาหลงหรือเปล่า แม่ทัพจ้าวดูแปลกใจนิดหนึ่งก่อนที่จะยอมรับว่าตนคืออาหลง กูเหนียงและอาชิงจึงเปิดเผยฐานะของตนเองบ้าง ทั้งสามทั้งยินดีทั้งประหลาดใจที่ได้พบกันอีกครั้ง จื่อหลงจึงชวนทั้งสองไปนอนที่บ้านของตน ไป24

20. กูเหนียงตอบบ่ายเบี่ยงว่าไม่มีอะไรแล้วจึงชวนอาชิงออกมาเดินเล่นข้างนอก เวลานั้นเป็นเวลาพลบค่ำแล้ว มีโจรกลุ่มหนึ่งเห็นว่าอาชิงเป็นเสนาบดีน่าจะร่ำรวยจึงเข้ามาปล้น อาชิงไม่มีวิทยายุทธ์จึงโดนต่อยไปหลายที จื่อหลงกำลังจะกลับบ้านออกมาเห็นเข้าพอดีจึงเข้าช่วยเหลือและไล่โจรพวกนั้นไปหมด จื่อหลงบอกว่าที่นี่ไม่ปลอดภัยจึงเชิญทั้งสองไปนอนที่บ้านของตน ทั้งสองจึงยอมไปนอนที่บ้านจื่อหลง ไป22

21. จื่อหลงได้เล่าอดีตของตนให้กูเหนียงและอาชิงฟัง เมื่อฟังจบกูเหนียงโกรธที่จื่อหลงไม่ยอมส่งข่าวมาบ้างเลย ปล่อยให้ทุกคนคิดว่าตายไปแล้ว จึงตบหน้าจื่อหลงไป1ที (แล้วรู้สึกว่าจื่อหลงจะยอมยืนเฉยๆให้ตบด้วย) แต่นางเองก็ดีใจที่ได้เพื่อนสมัยเด็กได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง (แน่นอนว่าตอนนี้อาชิงไม่กล้าหาเรื่องชกต่อยกับจื่อหลงแล้ว เพราะขืนต่อยกันไปคงมีแต่แพ้เจ็บตัวเปล่า) คืนนั้นทั้งสามนอนหลังที่บ้านตระกูลจ้าวของจื่อหลง ในเวลาใกล้รุ่งสาง ระหว่างที่ทุกคนนอนหลับสนิทอยู่ จื่อหลงก็ได้ยินกูเหนียงแอบย่องออกจากบ้านไป จึงลุกขึ้นมาแต่งตัว คว้าทวนแล้วเดินตามไป ไป23

22. เมื่อทุกคนไปถึงบ้านของจื่อหลงก็พบว่าเป็นบ้านตระกูลจ้าวที่ถูกโจมตีไปเมื่อหลายสิบปีที่แล้วนั่นเอง จากตอนแรกที่ไม่ได้ใส่ใจกูเหนียงก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ ก็เลยลองถามจื่อหลงตรงๆ จื่อหลงยิ้มแล้วยอมรับแล้วจึงบอกว่าตอนแรกที่เห็นก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นอาชิงกับกูเหนียง แต่ไม่คิดว่าทั้งสองจะจำตนไม่ได้กูเหนียงซึ่งเป็นห่วงอาหลงมากจึงถามต้นสายปลายเหตุหลังจากเหตุการณ์ที่บ้านสกุลจ้าวถูกถล่ม ไป21

23. ระหว่างที่จื่อหลงสะกดรอยตามกูเหนียงอยู่นั้น ก็บังเอิญพบกับเกียนหลง แม่ทัพใต้บังคับบัญชาเข้ามาปรึกษาเรื่องที่ว่าจะทำอย่างไรกับเชลยที่จับมาได้ดี จื่อหลงจึง......

-อยู่ให้คำปรึกษาเกียนหลงก่อน....เรื่องงานต้องมาก่อนสิ นางคงไม่ไปไหนไกลหรอก ไป25

-บอกเกียนหลงว่าต้องไปธุระ ถ้ากลับมาเมื่อไหร่แล้วค่อยมาให้คำปรึกษา ไป27

24. ในตอนใกล้รุ่งระหว่างที่ทุกคนกำลังนอนหลับสนิทอยู่ที่บ้านตระกูลจ้าวนั้น จื่อหลงได้ยินเสียงกูเหนียงแอบย่องออกไปจากบ้านจึงลุกขึ้นแต่งตัว แล้ว.....

-ตามไปคนเดียว ไป23

-ไปปลุกอาชิงตามไปด้วย ไป26

25. หลังจากที่จื่อหลงเห็นเเก่เรื่องงาน ให้คำปรึกษาเเก่เกียนหลงเป็นเวลานานพอสมควร พอหันหลับมามองอีกที นางก็คลาดสายตาเขาไปเเล้ว ดีที่วันนี้หิมะตก เขาจึงสพกดรอยตามนางไป จื่อหลงตามรอยไปเรื่อยๆก็เห็นรอยเท้านางเดินออกนอกประตูเมืองไป จื่อหลงทั้งกังวลทั้งร้อนใจ กลัวว่านางจะมีอันตรายจึงรีบวิ่งตาม(ม้ามีทำไมไม่ขี่ล่ะ-_-) เมื่อวิ่งไปถึงทุ่งหิมะโล่งเเห่งหนึ่ง ขณะนั้นเเสงทองก็ได้เริ่มโผล่ขึ้นมา ณ ขอบฟ้า ขจัดความมืดไปจนหมด จื่อหลงจึงเริ่มเห็นทุกสิ่งเเละภาพที่เห็นก็คือ..!ไปฉากจบ1

26. เมื่อจื่อหลงไปปลุกอาชิง อาชิงจึงได้ให้คำเเนะนำจื่อหลงว่า ถ้าเกิดให้เขาซึ่งไม่มีวิทยายุทธ์ไปด้วย ถ้าต้องปะทะกับโจรหรืออะไรก็ตาม เขาจะเป็นตัวถ่วงเปล่าๆ จื่อหลงจึงจำเป็นต้องไปคนเดียว ไป23

27. ขอโทษที ข้ากำลังมีธุระด่วน ไว้ข้ากลับมาเมื่อไหร่จะให้เจ้าถามได้สามวันสามคืนเลย จื่อหลงรีบกล่าวปฏิเสธเกียนหลงทันทีในขณะที่สายตายังไม่ละจากเเผ่นหลังของกูเหนียง ดูเหมือนเกียนหลงเองก็จะเข้าใจสถานการณ์ได้ดี จึงไม่ได้เซ้าซี้จื่อหลงต่อ หลังจากที่ปลีกตัวจากเกียนหลงได้เเล้ว เมื่อจื่อหลงตามนางไปได้สักพัก ก็พบว่านางกำลังถูกกลุ่มโจรหิมะรุมล้อมเพื่อชิงทรัพย์เเละทำมิดีมิร้ายอยู่ จื่อหลงเดือดดาลเป็นอันมากจึงสะปัดทวนเข้าช่วยทันที เนื่องจากจื่อหลงเป็นนักรบที่เก่งมากขนาดศัตรูนับหมื่นเเสนยังฆ่าเขาไม่ได้จึงเป็นฝ่ายได้เปรียบ หัวหน้าโจรเห็นสถานการณ์ไม่เข้าท่าจึงใช้อาวุธลับอาบยาพิษยิงไปที่..

- ยิงไปที่กูเหนียง ไปฉากจบ 3

- ยิงไปที่จื่อหลง ไป28

28. จื่อหลงจับจิตสังหารได้จึงปัดอาวุธลับเหล่านั้นออกหมด จากนั้นก็ทะยานเข้าประชิดตัวหัวหน้าโจร ก่อนที่จะเเทงหัวหน้าโจรตาย สมุนโจรที่เหลือเห็นหัวหน้าตายจึงหนีเข้าถ้ำไปจนหมด ไปฉากจบ2

29. ทั้งกูเหนียงเเละอาชิงตกใจมากเพราะไม่คิดว่าจะมาพบอาหลงในสภาพนี้ เเละไม่คิดว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่ อาชิงจึงเอ่ยปากถามว่าสมัยที่บ้านตระกูลจ้าวโดยโจมตีนั้น เขาไปอยู่ที่ไหนมา ไป21

ฉากจบที่1 Sad Ending หรือใครบางคนอาจจะสะใจ?>>

สิ่งที่เห็นตรงหน้าจื่อหลงในตอนนี้ก็คือทุ่งหิมะสีขาวสะอาดกว้างใหญ่ กลางทุ่งหิมะนั้นปรากฏร่างของสตรีนางหนึ่งสวมเสื้อผ้าอาภรณ์ราคาแพงมีกระบี่เล่มหนึ่งปักอยู่กลางอก เลือดไหลรินนองเต็มพื้นตัดกับสีขาวของหิมะเป็นทางยาว จื่อหลงตกใจแทบสิ้นสติ รีบวิ่งเข้าไปประคองร่างนั้นขึ้นแนบอก โดยไม่สนใจว่าเสื้อผ้าสีขาวสะอาดดุจหิมะของตนนั้นจะเปรอะเปื้อนเลือด

กูเหนียง! กูเหนียง! จื่อหลงพร่ำเรียกชื่อนั้นหลายครั้งราวกับคนเสียสติ แต่ไม่ว่าจะเรียกไปกี่ครั้งก็ไม่มีเสียงตอบกลับจากร่างนั้น จื่อหลงหลั่งน้ำตาออกมาอย่างไม่อายใคร

ไม่!!!!! เขากู่ร้องตะโกนอย่างสุดเสียง อุสส่าห์ได้มาเจอกันแล้วทั้งที.ใยเจ้าต้องรีบจากข้าไป..จะไม่ใจดำกับข้าไปหน่อยหรือ?

จื่อหลงร่ำไห้ ข้ายังไม่ได้บอกความในใจกับเจ้าเลย.

จื่อหลงประคองนางขึ้นกอดแนบอก..ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด จื่อหลงจึงค่อยๆลุกขึ้นก่อนที่จะอุ้มร่างอันไร้วิญญาณของนางกลับเข้าสู่เมืองฉางซาน

ฉากจบที่ 2 เเฮปปี้เอนดิ้ง รูปยังไม่เสร็จ 100%นะจ๊ะ ไว้มรเวลาว่างเมื่อไหร่เราค่อยอัพใหม่ก็เเล้วกัน>>

จื่อหลงยืนอย่างทระนงอยู่กลางทุ่งหิมะ ซึ่งบัดนี้ไร้อันตรายใดๆ โดยที่จื่อหลงไม่ทันตั้งตัว กูเหนียงก็ได้โผเข้ากอดเขาทันทีด้วยความปิติยินดี

"กูเหนียง....เจ้าทำอย่างนี้ไม่ดีนะ....ถ้าอาชิงรู้เข้าจะว่ายังไง" จื่อหลงรีบห้ามปราม

"ช่างเถอะ....ข้ากับอาชิงเป็นเเค่เพื่อนกัน....ถึงจะเเต่งงานกันเเต่ก็เป็นเพียงเเค่การเเต่งงานในนามเท่านั้น....อาชิงเองถึงเเม้จะผิดหวัง....เเต่เขาก็รอวันที่จะส่งตัวข้าคืนให้เจ้ามาตลอดนะ...."

เมื่อได้ยินดังนั้นจื่อหลงจึงกอดนางไว้เเนบอก ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่

"ท่านหนักใจเรื่องอะไรหรือ?" กูเหนียงถามขึ้นเมื่อเห็นอาการของจื่อหลง เขายิ้มเเละตอบว่า "ดีที่ข้าเป็นคนบ้างาน....เลยยังไม่มีภรรยา....ไม่งั้นถ้าข้าเป็นผู้ชายเสเพลล่ะก็ คนหล่ออย่างข้าคงมีผู้หญิงมาหลงเสน่ห์กันเยอะเเล้ว...."

"คิก คิก.....บ้าจัง.....พูดไปได้....ถ้าเจ้าหล่อ ผู้ชายทุกคนบนโลกก็คงหล่อหมดสิ...." กูเหนียงหัวเราะคิกคัก

"เเหม....เจ้าก็....ไม่ให้กำลังใจข้าบ้างเลยนะ.....ข้าไม่หล่อหรอก....เเค่หน้าตาดีเท่านั้นเอง...." จื่อหลงหยอกนางเล่น

"คนบ้า!!!" กูเหนียงตบเพี๊ยะเบาๆเข้าที่หน้าของจื่อหลง

"เจ้ากล้าตบหน้าข้าหรือ?" จื่อหลงหัวเราฮ่า ฮ่า ก่อนที่เขาเเละกูเหนียงจะกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างเเนบเเน่น เเล้วจึง........เซ็นเซ่อนะจ๊ะ...........

เเสงอาทิตย์เริ่มร้อนเเรงมากขึ้นขณะที่ทั้งสองเดินจูงมือกันกลับเข้าเมืองฉางซาน.....

ฉากจบที่3 โคตร Sad Ending จนคิดว่าจะเขียนไม่จบซะเเล้ว ด้วยเหตุอันนี้ เพราะฉะนั้นฉากนี้ไม่ต้องมีรูปก็เเล้วกันนะ (พูดเล่น ความจริงยังวาดไม่เสร็จต่างหาก)>>

ในขณะที่อาวุธลับอาบยาพิษจะต้องตัวกูเหนียงนั้น จื่อหลงก็ได้วิ่งเข้าเอาตัวมาบังไว้ เเต่ก็ไม่สามารถต้านทานอาวุธลับเหล่านั้นได้ เนื่องจากถ้าสะบัดกระบี่เข้าปัดป้อง ปราณกระบี่ของตนก็จะโดนกูเหนียงด้วย อาวุธลับเหล่านั้นจึงปักลงบนตัวเขาอย่างจัง!!!! จื่อหลงรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายตวัดทวนฆ่าพวกโจรจนหมด ในขณะที่จื่อหลงยืนอยู่ท่ามกลางซากศพของพวกโจรนั้น พิษก็กำเริบขึ้นมา เขาล้มลงกับพื้น กูเหนียงเห็นดังนั้นก็ตกใจมากจึงรีบวิ่งเข้ามาประคองศีรษะของจื่อหลงขึ้น

"กูเหนียง....เราคงไม่มีวาสนาต่อกัน......" จื่อหลงเเค่นคำพูดออกมาอย่างยากลำบากเเละกระอักเลือดสีดำออกมาอึกใหญ่

"ไม่....ไม่นะอาหลง....อุสส่าห์ได้พบกันเเท้ๆ....ข้า...ข้าจะไปตามหมอมา..." กูเหนียงร้องไห้โฮ พร้อมกับจะวิ่งเข้าไปในเมืองเพื่อไปตามหมอ เเต่จื่อหลงยึดมือนางไว้

"ไม่ต้องหรอก......ขอ....ข้าอยู่กับเจ้า.....เเบบนี้เถอะ" จื่อหลงกล่าวขึ้น "เจ้า...เองก็รัก....อาชิง....ให้มากๆนะ...." เสียงพูดของจื่อหลงค่อยๆเเผ่วเบาลงเรื่อยๆจนเเทบจะเป็นเสียงกระซิบ

"เจ้าไม่ต้อง.....ร้องไห้.....หรอก.....ข้าอยู่มานาน.....ได้เห็น...อะไร....มามาก....ก็นับว่า.....คุ้มค่าเเล้ว"

กูเหนียงน้ำตานองหน้าก่อนที่จะสะอึกสะอื้นออกมา "ถ้าไม่มีท่าน....เเล้วข้าจะอยู่ได้อย่างไร"

"ข้าจะมองดูเจ้า.....จากบนท้องฟ้า....นะ......" จื่อหลงเเค่นคำพูดออกมาได้อย่างยากลำบาก สิ้นประโยคนี้ ดวงตาของจื่อหลงก็ค่อยๆปิดลง

"จื่อหลง! จื่อหลง! ไม่นะ!" กูเหนียงร้องไห้จนเเทบจะขาดใจพลางซบหน้าลงกับร่างอันไร้วิญญาณของชายอันเป็นที่รัก.....

พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกตามปกติเฉกเช่นทุกวัน เพียงเเต่ว่าเช้านี้ได้มีอีกชีวิตหนึ่งที่โบยบินไปจากโลกมนุษย์อันเเสนวุ่นวาย.....จากบ้านเกิดอันเป็นที่รัก.....ชั่วนิรันดร์.....เเม้ว่ากาลเวลาจะหมุนเวียนผ่านพ้นไป.....เเต่ชื่อของเขาจะติดตรึงบนหน้าประวัติศาสตร์ตราบนานเท่านาน.....

จบเเล้วเป้นยังไงบ้าง ได้ฉากจบตามที่ทุกคนต้องการมั้ย ^^ เจอกันคราวหน้าจะอัพเดตรูปหนักๆทีเดียว 2 ภาพรวด ใครที่เเอบบ่นว่าเราอู้งาน เตรียมตัวไปดูให้ดี

ปล.1 ถ้ามันผู้ใดขี้เกียจรออ่านคอมมิค เเต่อยากรู้เรื่องที่จื่อหลงเล่าให้กูเหนียงฟีง คราวหน้าจะทำเนื้อเรื่องมาให้ <<ใจดีสุดๆเเล้วนะเนี่ย

ปล2. เพิ่งรู้สึกว่าตัวเองเขียนเรื่องรักๆได้ก็คราวนี้เเหละ

ปล3. รู้สึกว่าฟอนต์มันเเย่มากเลย ไว้มีเวลาค่อยกลับมาเเก้ก็เเล้วกันนะ (เรื่องรูปด้วย)


edit @ 2006/10/04 22:13:09


หลงจัง จ้า
View full profile